ประเด็นที่ควรคำนึงถึงก่อนตัดสินใจเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ว่า
ควรต้องพิจารณาถึงที่มา ประวัติการทำงานการบริหารจัดการของบริษัทประกันเป็นสำคัญ
รองลงมาคือการตรวจสอบโบรกเกอร์หรือตัวแทนที่ทำหน้าที่ขายประกันว่ามีตัวตนจริงหรือไม่
อยู่ที่ใด เพื่อจะไม่ถูกหลอกลวงให้เสียทรัพย์ไปโดยมิได้รับความคุ้มครองใดๆทั้งสิ้น
สิ่งต่อไปที่ท่านควรจะสนใจคือ เขาจะต้องดูแลเราได้เมื่อเกิดเหตุ
สามารถให้คำปรึกษา ทั้งในด้านกฏหมาย การเจรจากับคู่กรณี หรืออย่างน้อยที่สุด
ก็ ช่วยเร่งรัดพนักงานClaim
ให้มาถึงที่เกิดเหตุให้เร็วที่สุด มิใช่เมื่อเกิดอุบัติเหตุโทรไปหาไม่พบ
หรือพูดได้แต่คำว่าแจ้ง
บ.ประกันเลยค่ะ หนูไม่มีหน้าที่รับผิดชอบ
ถัดจากนั้นคือการพิจารณาถึงบริการหลังการขาย โดยหากเราไม่ตรวจสอบให้รอบคอบก่อนอาจต้องมาเสียใจภายหลัง
เนื่องจากบริษัทประกันภัยอาจเลิกกิจการโดยที่เราคาดไม่ถึงก็ได้
โดยอาจสอบถามข้อมูลจากโชว์รูมรถยนต์ อู่ หรือศูนย์ซ่อมรถยนต์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเคยทำงานกับบริษัทประกันภัยต่าง
ๆ และทราบดีว่าแต่ละแห่งมีประวัติการจ่ายค่าสินไหม หรือพฤติกรรมในการ
Claim ค่าความเสียหายเป็นอย่างไร
ในการตัดสินใจซื้อยังควรคำนวณเบี้ยประกันของหลาย ๆ รายเปรียบเทียบกันด้วย
โดยปกติแล้ววงเงินการรับประกันภัยจะอยู่ที่ 80% ของราคารถยนต์
แต่การแข่งขันที่สูงในธุรกิจประกันภัยอาจทำให้มีนโยบาย การให้บริการ
หรือการกำหนดเบี้ยประกันแตกต่างกันไป นอกจากนี้ยังควรคำนึงถึงพฤติกรรมหรือลักษณะนิสัยในการขับรถของผู้เอาประกันอีกด้วย
ทั้งนี้ เบี้ยประกันแบบมี Deductible หรือ ความรับผิดในค่าเสียหายส่วนแรกจะถูกกว่าแบบที่ไม่มี
Deductible กล่าวคือ จะมีการตกลงกันในกรมธรรม์เอาไว้ว่า ผู้เอาประกันภัยยินดีที่จะรับผิดชอบค่าเสียหายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุในวงเงินที่กำหนดเบื้องต้น
เช่น 5,000 บาท และจากนั้นบริษัทประกันภัยจึงค่อยจ่ายค่าความเสียหายส่วนที่เหลือจากที่ตกลงกันไว้คือตั้งแต่
5,001 บาทขึ้นไป การทำประกันแบบมี Deductible นี้จะช่วยให้ผู้เอาประกันเสียค่าเบี้ยประกันถูกลง
นอกจากนี้ รูปแบบของการทำประกันภัยรถยนต์ในปัจจุบันมีให้เลือกอย่างหลากหลาย
อาทิ แบบ Low Cost หรือแบบประกันชั้น 3 Plus ซึ่งผู้เอาประกันจะต้องพิจารณาเปรียบเทียบและศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ
และที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษคือประกันภัยชั้น 1 ปลอม ที่หากินกับความโลภของผู้บริโภค
โดยแอบอ้างว่ารู้จักกับผู้บริหารบริษัทประกันภัย ทำให้จ่ายเบี้ยประกันภัยในราคาถูก
ทั้งนี้วิธีการป้องกันอาจทำได้โดยตรวสอบกับคณะกรรมการประกันภัยหรือกรมการประกันภัยว่า
บริษัทนั้น ๆ ได้รับใบอนุญาตจริงหรือไม่ หรืออาจสั่งซื้อประกันไปก่อนแล้วจึงค่อยนำเลขที่กรมธรรม์มาตรวจสอบก่อนที่จะจ่ายเงินก็ได้
เมื่อได้รับกรมธรรม์จากตัวแทนแล้ว90% ของลูกค้าตรวจสอบเฉพาะช่องจำนวนเงินว่าถูกต้องหรือไม่แล้วชำระเงิน
แล้วก็โยน กรมธรรม์เข้าลิ้นชักหน้ารถโดยจะไม่เห็นมันอีกเลยจนกว่าจะเกิดอุบัติเหตุแต่เดี๋ยงวก่อนยังมีอะไรให้ท่านสนใจอีกตั้งมากมาย
นั่นคือรายระเอียดความคุ้มครองตามกรมธรรม์ เช่นทุนประกันรถยนต์
ค่ารักษาพยาบาล ค่าประกันตัวผู้ขับขี่ ยังมีอีกตั้งเยอะแยะที่ท่านควรทราบ
|